036-271-689 · 036-271-688 saraban_06191009@dla.go.th
Webmail ITA LPA Admin Facebook
   
 
   
ประวัติความเป็นมา
 

                   เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2545 อาจารย์เสมียน ทองชุม ซึ่งอยู่ติดกับวัดบ้านโคกทางด้านตะวันออก ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อ พ.ศ. 2533 ผีเข้าสิงร่างแม่ยาย (นางทองใบ) บ่อยมาก เย็นวันหนึ่ง เมื่อรับประทานอาหารมื้อเย็นอิ่มแล้ว แม่ทองใบก็ลุกเดินไปที่เชี่ยนมากผีก็เข้าสิงร่างอีก สังเกตขากร่าง ที่สั่นและแสดงความเกรี้ยวกราด ผิดปกติ
                   อาจารย์เสมียนจึงไต่ถามได้ความว่า  ผีที่สิงร่างแม่ทองใบนั้นเป็นวิญญาณของทหารยศ ร้อยโท ด้วยครั้งกระโน้น  (คงนานมาก)  มีลำคลองแยกจากแม่น้ำป่าสักที่วัดมะกรูดผ่านมา  ณ  ที่บ้าน ตรงนี้แล้วเลยไปยัง บ้านอู่ตะเภา (ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง)  ทหารครั้งนั้นเดินทางทางเรือไป ตามลำน้ำแห่งนี้   วันหนึ่งทหารจำนวน 20 คน รวมทั้งร้อยโทผู้นี้ด้วยได้แวะพักเรือตรงที่บ้านเก่า อาจารย์เสมียน  ได้ล้มป่วยด้วยอหิวาตกโรคจนตายหมดทุกคน เรือก็จมอยู่ที่นี่ เรื่องนี้จะเกิดมานานเท่าใด  ไม่มีใครทราบ แต่คนถิ่นนี้พบความเฮี้ยนของผีที่นี่เสมอ เช่น บางคืนจะได้ยินเสียงม้าวิ่งคึกคะนองขี้เมาใจ กล้า บางคนเอาไม้ไล่ตีม้า แม้อาจารย์เสมียนเองเมื่อไปอาบน้ำที่สระยาม พลบก็จะเห็นผีนั่งอยู่ที่โคนต้น ข่อยริมสระเสมอ วิญญาณผีร้อยโทบอกอาจารย์เสมียนว่า เขาโกรธมากที่อาจารย์เสมียนปลูกเรือนทับ ซ้อนที่อยู่ของเขา ที่โกรธสุดๆก็คือปลูกส้วมทับตรงที่หัวเรือของเขาซึ่งฝังจมอยู่ใต้ที่ดินแห่งนั้น อาจารย์ เสมียนเลยต้องรื้อบ้านปลูกในที่ปัจจุบันนี้  สิ่งที่น่าเชื่อว่าเป็นความจริงก็คือเคยขุดพบภาชนะดินเผาที่นี่ ที่บ้านอาจารย์เสมียนเองก็เก็บไหใบหนึ่งไว้ คงรูปสมบูรณ์ทีเดียว แต่หัวเรือของนักรบไม่มีใครกล้าขุด พิสูจน์เพราะเกรงความเฮี้ยนของวิญญาณ แม้ปัจจุบันถนนหน้าบ้านอาจารย์เสมียนก็ยังเป็นเส้นทางที่ผี ทหารเดินผ่านอยู่เสมอ ส่วนที่ว่าอดีตเคยมีลำน้ำผ่านแถวนี้แม้ปัจจุบันไม่มีร่องรอยทางน้ำให้เห็น ก็น่า เชื่อว่าเคยมีเส้นทางน้ำโบราณที่นี่ ถ้าศึกษาจากเอกสารเรื่องบ้านอู่ตะเภาเมืองโบราณสมัยทวารวดี
                   การเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ บางทีก็ต้องอาศัยคำบอกเล่าของผีด้วยนะครับ ความ เก่าของตำบลม่วงงามอีกตำนานหนึ่ง ท่านพระครูประภัศรอโนมคุณ (เจ้าอาวาสวัดตะเฆ่) เล่าว่าครั้งที่ ลาวเวียงจันทร์มาตั้งบ้านเรือนอยู่ถิ่นนี้ มีกลุ่มลาวของ “เจ้าธรรมจินดา” เป็นหัวหน้า ได้สร้างวัดขึ้นวัดหนึ่ง เล่ากันว่าวันหนึ่งเด็กที่มาเล่นที่วัดนี้ทะเลาะกัน ชาวบ้านจึงไปสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งเรียกวัดที่สร้างใหม่นี้ ว่า “ วัดใน ” (ปัจจุบันคือวัดม่วงงาม แต่เดิมเรียกวัดม่วงลาว) เรียกชื่อวัดแรกว่า “วัดนอก ” (ปัจจุบันคือ วัดตะเฆ่) ต่อมาสร้างวัดขึ้นอีกอยู่ริมแม่น้ำป่าสักไปทางตะวันออกเรียกว่า “ วัดมะกรูด ” เมื่อคนบ้านมะกรูด อพยพไปสร้างบ้านเรือนอยู่ที่บ้านโคกมากขึ้นก็สร้าง “ วัดบ้านโคก ” ขึ้นมา  ต่อมาได้สร้างวัดขึ้นอยู่ระหว่าง วัดทั้ง 4 นี้ จึงเรียกวัดนี้ว่า “ วัดบ้านกลาง ”
                   “ วัดนอก ” ที่เรียกใหม่ว่า “ วัดตะเฆ่ ” นั้น เล่ากันว่าเดิมที่ท้ายวัดแห่งนี้เป็นที่ราบ มีต้นสักและต้นยางมากชาวบ้านได้ตัดไม้เหล่านี้ทำแพล่องน้ำไปขายที่ตรงนี้จึงเป็นท่าซุง โดยใช้ล้อเลื่อน ที่เรียกว่า “ ตะเฆ่ ” บรรทุกท่อนซุงมาลงน้ำ วันหนึ่งตะเฆ่หักอยู่ที่บริเวณวัด เจ้าของทิ้งไว้ไม่เอากลับคน เดินผ่านไปมาเห็นตะเฆ่วางทิ้งอยู่ที่วัดนี้ จึงเรียกวัดนี้ว่า “ วัดตะเฆ่ ” ส่วนนาม “ เจ้าธรรมจินดา ” น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง คงเป็นหัวหน้าหมู่คนลาวที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ถิ่นนี้ แต่ก่อนเรียกหมู่บ้านใกล้วัดนี้ว่า “ บ้านป่ายาง ” และเรียกหมู่บ้านใต้วัดว่า “ บ้านโคกสว่าง ” นางศรี บูรณะพิมพ์ อายุ 78 ปี (27 ม.6) เล่าว่า ใต้บ้านของตนเดิมมีวัดร้างเก่าแก่มาก ชื่อว่า “ วัดโศกศาลาดิน ” คนรุ่นนี้ไม่มี เคยทันเห็นวัดนี้ มีแต่เล่าสืบกันมาว่าเดิมเคยมีมอญมาปั้นอิฐอยู่ถิ่นนี้ นางศรี บูรณะพิมพ์ ก็เก็บภาชนะ ดินเผาที่พบที่วัดเก่านี้ไว้หลายชิ้น คำบอกเล่าดังกล่าวทำให้เห็นว่า เดิมถิ่นนี้มีคนไทยภาคกลางอยู่กัน ก่อนแล้วต่อมาลาวได้มาอยู่ถิ่นนี้ วัดโศกศาลาดินน่าจะเป็นวัดรุ่นเดียวกับวัดศาลาศักดิ์ (ม.1 ตำบลเริงราง) ที่ร้างไปประชาชนถิ่นนี้เดิมชื่อว่า “ บ้านม่วงลาว ” (ตำบลก็ชื่อตำบลม่วงลาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นบ้านม่วงงาม ชื่อตำบลก็มาเป็นตำบลม่วงงามไปด้วย) คนบ้านนี้ไปทำบุญ 2 วัด คือ วันพระ 8 ค่ำ ไปทำบุญรวมกัน ที่วัดตะเฆ่ วันพระ 15 ค่ำ คนไปทำบุญที่วัดม่วงงาม แม้พระทั้งสองวัดก็ไปที่วัดดังกล่าวด้วย ถือเป็น ประเพณีปฏิบัติสืบมาจนถึงทุกวันนี้
                   หมู่ 1 เรียกว่า “ บ้านมะกรูด ” ปู่เหลี่ยม ขำมณี อายุ 91 ปี (13 ม.1) เล่าว่า ตนเกิดที่หมู่บ้านนี้มีลาวทั้งนั้น เดิมมีต้นมะกรูดมากใช้มะกรูดนี้ทั้งปรุงอาหาร ทำยารักษาโรคและย้อมผ้า ใครจะใช้มะกรูดจำนวนมากก็มาหาที่หมู่บ้านนี้ จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านมะกรูด เมื่อปู่เหลี่ยมอายุ 15 - 18 ปี เคนเห็นขบวนเสด็จทางชลมารคมาทางแม่น้ำป่าสัก ปู่เหลี่ยมยังเคยไป ช่วยโกยร่องน้ำ ที่ตื้นเขินให้ขบวนเรือเสด็จผ่านไปได้ แม่จันทร์คนบ้านนี้ก็เคยนำมะปรางกับลูกจันทร์ไป ทูลเกล้า ฯ ถวายขบวนเสด็จ

 

                   สมเด็จ ฯ กรมพระยาเดชาดิศร ครั้งนำทัพไปปราบขบถเวียงจันท์ ได้กล่าวไว้ในโคลงนิราศว่า

" บ้านม่วงม่วงว่าไม้                  สวายหวาน
ดลระดูกาลบาน                     ช่อช้อย
ชมช่อชื่นไป่ปาน                     รสเสพ สวายแฮ
เพียรพิศผลฮวบห้อย                ยิ่งให้เรียมเห็น
บ้านกรูดกรูดดับแก้                  กองลม
ถวิลบิยุษยาคม                      อ่อนสร้อย
ผลกรูดสดสระผม                    เสาวภาค พี่แม่
ไม้จะจักสางน้อย                    ฝากน้องนางสาง ”

 

                   หมู่ 2 - 3 เรียกว่า “ บ้านกลาง ” ก็เพราะบ้านนี้ตั้งอยู่กึ่งกลาง ระหว่างบ้านมะกรูด กับบ้านม่วงงาม ป้าผิวสุริย์วงศ์ อายุ 79 ปี (79 ม.2) บอกว่า คนบ้านนี้แต่เดิมพูดลาวทั้งนั้น ถัดนั้นไป ก็คือหมู่ 4 และ 6 บ้านม่วงงาม ดังกล่าวมาแล้วออกทุ่งนาไปฟากถนน ถนนนี้เดิมเป็นคันดินที่ขุดยาวไปถึง ท่าหลวงเพื่อป้องกันมิให้น้ำล้นออกไป เพราะฤดูฝนบางปีมีน้ำแม่น้ำป่าสักขึ้นสูงมาก ต่อมาได้พัฒนา คันดินนี้เป็นถนน ริมถนนก็มีคลองส่งน้ำของชลประทาน
                   ท้องที่หมู่ที่ 5, 6 และ 7 ชื่อว่า “ บ้านโคก ” เป็นหมู่บ้านอยู่กลางท้องนา คงเนื่องจากเดิม เป็นที่สูงจึงเรียกว่าบ้านโคก หลวงพ่อปลื้ม อัตตสาโร อายุ 89 (เจ้าอาวาสวัดบ้านโคก) อดีตเคยเป็นกำนัน ตำบลม่วงงาม ท่านบอกว่าท่านเกิดที่บ้านโคก ชาวบ้านโคกรุ่นแรกอพยพมาจากบ้านมะกรูดมาอยู่ที่นา ของตน และสร้างวัดบ้านโคกขึ้นมา
                   ตำบลม่วงงามมี 5 วัด คือ วัดมะกรูด วัดบ้านกลาง วัดบ้านโคก วัดม่วงงาม และวัดตะเฆ่ มีโรงเรียน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนวัดตะเฆ่  (ม่วงงามนุเคราะห์) และโรงเรียนวัดบ้านโคก (มงคลประชาสรรค์)
(ข้อมูลจาก สภาวัฒนธรรมอำเภอเสาไห้ พ.ศ. 2545)

คำขวัญตำบลม่วงงาม

 

“ ชื่อเดิมม่วงลาว  แหล่งข้าวสารขาว  ถิ่นพระเจ้าธรรมจินดา  ประเพณีเรือยาว ”

ประวัติความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงงาม
สภาตำบลม่วงงาม ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล  ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย  ลงวันที่  19  มกราคม  2539  โดยมีผลบังคับใช้วันที่  30  มีนาคม  2539  เป็นต้นไป
สภาองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงงามและผู้บริหารชุดปัจจุบันได้รับการเลือกตั้ง  เมื่อวันที่ 
14  ตุลาคม  2555 

สถานะการคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงงาม   ประจำปีงบประมาณ  2557
-  รายได้ไม่รวมเงินอุดหนุน                   จำนวน            12,654, 109.59           บาท
-  เงินอุดหนุนจากรัฐบาล                    จำนวน             4,411,691.00           บาท
รวมรายได้ทั้งสิ้น  17,065,800.59 บาท  (สิบเจ็ดล้านหกหมื่นห้าพันแปดร้อยห้าสิบเก้าสตางค์)